เราขอชวนกันมาตั้งปณิธานเปลี่ยนตัวคุณเองให้กลายเป็นคนใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม และเริ่มปฏิบัติ ณ บัดนี้ อย่าปล่อยให้สุขภาพย่ำแย่ เพราะเรามีหนทางป้องกันได้

           ท่ามกลางมลภาวะเป็นพิษกับชีวิตเคร่งเครียด คุณเองสามารถทิ้งพฤติกรรมบ่อนทำลายสุขภาพและเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้ เรามาคุยกับ พญ.ณัชชา หริณะรักษ์ อายุรแพทย์ Vitallife Wellness Center ร.พ.บำรุงราษฎร์ กับปัญหา 5 ประการที่คุณสามารถสังเกตและจัดการได้ก่อนสุขภาพจะย่ำแย่ไปกว่านี้ 

     1.อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย

          เมื่อเราอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ก็จะสามารถรู้สึกถึงความเสื่อมของร่างกายได้แบบที่ตอนอายุ 10-20 ต้น ๆ ไม่รู้สึก เช่น ตอนอายุ 20 ต้น ๆ เวลาไปปาร์ตี้ก็อาจจะกลับมาทำงานต่อได้ แต่พออายุ 25-30 ปีขึ้นไปอาจเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหวนะ เช่น ดื่มแอลกอฮอก์แล้วแฮงก์มากกว่าเดิม หรือนอนเวลาเท่าเดิม แต่รู้สึกเพลีย ลุกไม่ขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มจะเสื่อม แต่ไม่อันตราย แค่บอกให้เรากลับมาดูแลตัวเอง

          ทางแก้ไข

          เราต้องดูว่าเราเหนื่อยเพลียตลอดทั้งวันรึเปล่า ถ้าเราทนต่อมมลภาวะอย่างแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ได้น้อยลง ก็ควรจะลดลงบ้าง การออกกำลังกายอย่างโยคะก็อาจจะทำให้อ่อนเพลียน้อยลง แล้วยังช่วยเรื่องผิวพรรณด้วยนะคะ

          สิ่งที่สำคัญคือการนอนให้พอเหมาะพอควร หลักการก็คือไม่ใช่นอนกี่ชั่วโมง แต่นอนตอนกี่โมง เวลาดีที่ Growth Hormone จะผลิตก็คือสี่ทุ่มครึ่งจนถึงห้าทุ่ม แล้วก็จะลดลงเรื่อย ๆ ยิ่งนอนดึกก็จะยิ่งได้รับฮอร์โมนต่ำลง ถ้านอนประมาณตี 5 มันก็อาจหลั่งเหมือนคนอายุ 60-70 ปี ทำให้ร่างกายซ่อมแซมไม่ดี และน้ำหนักตัวเยอะขึ้น

     2. การขับถ่ายไม่ปกติ

          โดยปกติแล้วผู้หญิงจะมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชาย ฉะนั้นจึงมีปัญหาการขับถ่ายเยอะกว่า แต่บางคนท้องผูกจนเป็นนิสัยแล้วคิดว่าไม่เป็นอะไร ซึ่งเราควรจะขับถ่ายทุก ๆ วัน ทีนี้ความเครียดก็จะทำให้ร่างกายผิดปกติ บางคนถ่ายมีเลือดปนออกมาก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ อันนั้นก็ผิด ถ้าหากเลือดปนกับอุจจาระก็อาจเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งเหมือนกัน

         ทางแก้ไข

         อาหารทุกมื้อควรจะมีกากใย มีผักผลไม้ พยายามขับถ่ายให้เป็นเวลา มันอาจจะยากในระยะแรก แต่เราต้องให้เวลากับมัน จะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้ เซ็ตเวลาให้เหมาะที่สุด ต้องทำให้เป็นกิจวัตรเคล็ดลับที่ได้ผลก็คือ หลังจากตื่นนอนให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ 1-2 แก้ว แต่ทีนี้บางคนอาจมีแพตเทิร์นไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไร ขอให้เป็นกิจวัตรก็พอแล้ว

     3. ประจำเดือนไม่ธรรมดา

         ประจำเดือนเป็นสัญลักษณ์แรก ๆ ที่บอกว่าฮอร์โมนของเราดีหรือไม่ดีในปัจจุบันด้วยอาหารการกินที่ไม่ดี ความเครียดที่มากขึ้นทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุลเร็วขึ้น ก็จะเกิดภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ มาแล้วเราปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหวก็อาจจะเป็นเรื่องของซีสต์ หรือประกอบกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ สิวเห่อบ่อย ๆ เหล่านี้ เป็นสัญลักษณ์ว่าฮอร์โมนเราไม่ปกติ นำไปสู่ภาวะหลาย ๆ อย่าง ที่ถ้าหมอตรวจแล้วก็อาจจะเจอภาวะ PCO หรือ Polycystic Ovary เป็นภาวะที่ในรังไข่มีไข่หลายฟองแต่ไม่ตก อาการก็จะมีสิวเยอะ หน้ามันน้ำหนักขึ้นเยอะทั้งที่กินเท่าเดิม ประจำเดือนมาบ้าง ไม่มาบ้าง ผู้หญิงที่ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไปก็เป็นปัญหา มากกว่า 7 วัน หรือน้อยกว่า 1-2 วันก็ต้องไปให้หมอสูติฯ ตรวจค่ะ

         ทางแก้ไข

          หมอขอแนะนำว่าให้สังเกตและไปพบหมอเฉพาะทาง ทิปก็คือ คนที่ปวดประจำเดือนพยายามอย่าดื่มน้ำเย็น หรือว่ากินน้ำมันปลาก็อาจช่วยได้ค่ะ

      4. ผิวพรรณเหี่ยวย่น

         เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนก็จะน้อยลง แต่ต้องไม่ดูแค่หน้า ต้องดูทั้งหมดโดยดูว่าผิวแห้งขึ้นรึเปล่า ความยืดหยุ่นน้อยลงมั้ย ผมแห้งกร้านขึ้นมั้ย หากเล็บบิ่นหรือว่ามีรอยง่าย นี่เป็นสัญลักษณ์ของภาวการณ์ขาดโปรตีนหรือเกลือแร่ เช่นพวกสังกะสี ผิวแห้งหรือผิวมันอาจเป็นลักษณะธรรมดา แต่ถ้ารวมกับอาการอื่น ๆ ด้วยก็อาจเป็นปัญหาได้ เช่น ถ้าผิวมันก็ต้องดูว่าลำไส้เป็นอย่างไร หรือระบบอื่น ๆ เป็นอย่างไร

         ทางแก้ไข

         ไม่ว่าในกรณีใด ๆ เราต้องทาครีมทั้งตัวและหน้าเพื่อเสริมความชุ่มชื้นจากภายนอก โดยทาครีมกันแดดเนื่องจากรังสียูวีทำร้ายผิวและคอลลาเจนในผิว ทำให้การสร้างซ่อมแซมผิวไม่สม่ำเสมอ คอลลาเจนเป็นโครงสร้างของโปรตีนที่จะน้อยลงไปตามอายุ ผู้อ่าน Lisa ก็ยังสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้เองอยู่ อย่างวิตามินซีก็อาจช่วยได้บ้าง ที่สำคัญคือเราต้องป้องกันไม่ให้โดนทำร้ายอย่างรวดเร็วจากแสงแดดหรือบุหรี่ที่เป็นตัวทำลายคอลลาเจน

     5. สมองไม่สดใส

          นี่คือ Brain Aging พวกสมองตื้อ ๆ รู้สึกว่าคิดอะไรคิดไม่ออก ความจำเริ่มไม่ค่อยดีแต่ไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นอัลไซเมอร์ มันหมายความว่าเราให้สมดุลกับระบบหลอดเลือดหรืออาหารสมองไม่เพียงพอรึเปล่า อาหารสมองก็มีทั้งที่กินเข้าไปไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน หรือวิตามิน หรือเราอาจจะฝึกสมองไม่เพียงพอ ถ้าคนอายุยังน้อย เพียงแค่ออกกำลังสมองเดี๋ยวก็จะดีขึ้นค่ะ

          ทางแก้ไข

         อาหารสมองก็คืออาหารที่ดีมีประโยชน์ทั่ว ๆ ไป เช่น แปะก๊วย กรดอะมิโนต่าง ๆ และพวกวิธีการ อย่างเช่น การฝึกคิดเลขหารค่าส้มตำ ค่ากับข้าว เกมซูโดกุ ทำไปเถอะ แล้วสมองก็จะลิงก์กับการนอนมาก ๆ เลยทีเดียว


   Reset your Age เมื่อรีเซ็ตสุขภาพแล้ว อย่าลืมรีเซ็ตอายุร่างกายให้น้อยลง ด้วยเทคนิคง่าย ๆ เหล่านี้     

       Sleep Well

           ในเวลาที่เรานอนจะมีการใช้กล้ามเนื้อกลอกตา (Extraocular Muscles) เมื่อคุณอดนอน กล้ามเนื้อเหล่านี้ก็จะไม่ถูกใช้ และใต้ตาของคุณก็จะมีวงกลมดำคล้ำ ทางแก้อย่างหนึ่งคือการกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นมื้อเย็น เพราะคาร์โบไฮเดรตช่วยสร้าง Acetylcholine สารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการนอนหลับในช่วง REM

      Eat Less for Your Brain

          เคยมีการศึกษาจากเยอรมนีชี้ว่า การกินอาหารให้น้อยลง อาจลดสัญญาณของอาการอักเสบในร่างกาย หรือภาวะต้านอินซูลินได้ และก่อนหน้านั้นก็เคยมีงานวิจัยซึ่งชี้ว่า คนชราที่รับแคลอรีโดยรวมน้อยลงร้อยละ 30 เป็นเวลาสามเดือน จะทำแบบทดสอบความจำได้ดีขึ้น

     Laugh for Your Heart

         การศึกษาจากมหาวิทยาลัยโลม่าลินดาชี้ว่า การหัวเราะจะช่วยลดฮอร์โมนแห่งความเครียด คอร์ติซอล และอะดรีนาลีนได้ถึงร้อยละ 39 และ 70 ตามลำดับ นอกจากนี้ การหัวเราะยังดีต่อหัวใจด้วย และในการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งแมรี่แลนด์พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ดูหนังตลกหลอดเลือดหัวใจจะขยายออกถึงร้อยละ 22

     Easy Drinking

         หากคุณอยากอยู่ฉลองวันเกิดปีที่ 85 คุณควรลดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงเหลือเพียงวันละสองดริ๊งก์ โดยที่หนึ่งในนั้นควรจะเป็นไวน์แดง โดยการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Alcoholism: Clinical and Experimental Research ชี้ว่าสารต้านอนุมูลอิสระ Reveratrol ในไวน์แดงอาจช่วยป้องกันหรือชะลอกการเกิดโรคหัวใจได้

      Stronger Heart

         ถ้าคุณอยากจะเป็นหนุ่มสาว สิ่งที่คุณควรทำก็คือดูแลให้หัวใจแข็งแรงโดยการออกกำลังกายที่พอเหมาะ คุณจะเพิ่มปริมาณเลือดที่หัวใจของคุณปั๊มแ ละเพิ่มออกซิเจนที่กระจายไปทั่วร่างกาย หัวใจจึงเต้นช้าลงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย น.พ.ไมเคิล ลาวเออร์ จาก National Heart Blood and Lung Institute ชี้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วในชีวิตของคนเรา หัวใจจะเต้นทั้งหมด 3,000 ล้านครั้ง หากคุณลดอัตราการเต้นของหัวใจได้ ก็จะทำให้อายุคุณยืนขึ้นด้วย

 

       สระว่ายน้ำที่มีอยู่ตามโรงแรม สถานศึกษาหรือหมู่บ้านชุมชนใหญ่ ๆ มีความจำเป็นสำหรับการออกกำลังกายของผู้ชอบกีฬาว่ายน้ำ หรือไว้ใช้ฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ ทำให้สระว่ายน้ำมีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก จึงมีโอกาสปนเปื้อนด้วยจุลินทรีย์จากร่างกายของผู้มาใช้บริการค่อนข้างมากด้วย ได้มีการนำสารประกอบคลอรีนมาใส่ในสระว่ายน้ำเพื่อฆ่าจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งนี้ปริมาณคลอรีนในสระว่ายน้ำที่ใช้จะมีปริมาณ 0.6 – 1.0 ส่วนในล้านส่วน แต่ในปัจจุบัน ผู้ดูแลสระว่ายน้ำได้นำคลอรีนมาใส่ในปริมาณมากเกินไป หรือนำสารประกอบคลอรีนอื่น ๆ มาใช้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้บริการได้ง่าย

       อันตรายจากสารประกอบคลอรีนที่เรียกว่ากรดไตรคลอโรไอโซไซยานูริก ( Trichloro – isocyanuric acid )ในสระว่ายน้ำ

       เมื่อไม่นานมานี้ทันตแพทย์หญิงจันทนา อี้งชูศักดิ์ กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และคณะนักวิจัยจากกองทันตสาธารณสุขได้ร่วมกับโรงเรียนการกีฬาจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลในผลการวิจัย เรื่อง “ภาวะฟันกร่อนในผู้ว่ายน้ำ” โดยการตรวจสภาพฟันกร่อนของนักกีฬาว่ายน้ำจากโรงเรียนการกีฬาจังหวัดขอนแก่น จำนวน 18 คน พบว่าทุกคนมีสภาพฟันกร่อนอย่างรุนแรง เนื่องจากนักกีฬาว่ายน้ำได้สัมผัสกับน้ำในสระว่ายน้ำที่มีความเป็นกรดสูงเป็นเวลานาน เพราะสระว่ายน้ำดังกล่าวได้ใช้สารประกอบเคมีของคลอรีนที่เรียกว่า กรดคลอโรไอโซไซยานูริก หรือคลอรีน 90 % มาใช้ทำลายจุลินทรีย์หรือเชื้อโรค โดยที่คลอรีนดังกล่าวมีราคาถูก ยับยั้งการเจริญของตะไคร่น้ำได้ ทำให้น้ำใส แต่ปริมาณคลอรีนจะตกค้างในน้ำได้เป็นเวลานาน ทำให้สระน้ำมีความเป็นกรดเป็นเวลานานตามไปด้วย

      สำหรับภาวการณ์เกิดฟันกร่อนเป็นการสูญเสียเนื้อเยื่อแข็งของฟันเนื่องมาจากปฏิกิริยาทางเคมี ตามปกติแล้วถ้ารักษาฟันไม่สะอาดก็จะมีจุลินทรีย์มาเจริญปกคลุมเนื้อเยื่อฟันที่เรียกว่าแผ่นคราบจุลินทรีย์ จุลินทรีย์เหล่านี้จะเจริญและสร้างกรดออกมาทำลายสารเคลือบฟัน ทำให้สารเคลือบฟันบางลงเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ไปนาน ๆ จึงเกิดสภาพฟันกร่อนขึ้นมา อาการที่ปรากฏก็คือการเสียวฟันอยู่เสมอ ๆ

      จากผลการวิจัยพบว่า นักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนการกีฬาจังหวัดขอนแก่นได้ว่ายน้ำในสระน้ำที่มีความเข้มข้นของกรดสูง โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 11.33 ชั่วโมง และอาการเสียวฟันจากการเกิดฟันกร่อน จะเกิดขึ้นหลังจากว่ายน้ำได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น ตามปกติแล้วนักกีฬาว่ายน้ำมีโอกาสเกิดฟันกร่อนมากกว่าผู้ที่ว่ายน้ำเพื่อการออกกำลังกาย ประมาณ 4.68 เท่า แต่นักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนการกีฬาจังหวัดขอนแก่นที่ว่ายน้ำในสระน้ำที่ใช้สารประกอบคลอรีนที่เรียกว่ากรดไตรคลอโรโอโซไซยานูริก จะมีโอกาสเกิดฟันกร่อนได้มากเป็น 2.78 เท่า ของนักกีฬาว่ายน้ำที่ใช้สระว่ายน้ำที่มีสารประกอบคลอรีนอื่น ๆ เช่น แคลเซียมไฮโปคลอไรต์ (calcium hypochlorite) และโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (sodium hypochlorite) อย่างไรก็ตาม นักกีฬาว่ายน้ำที่เป็นเด็กอายุ 5 – 6 ขวบ มีโอกาสเกิดฟันกร่อนมากกว่านักกีฬาว่ายน้ำผู้ใหญ่ โดยจะทำให้ฟันแท้ที่กำลังเกิดใหม่มีภาวะสึกกร่อน รวมทั้งมีการวางเรียงตัวที่ผิดปกติหรือผิดรูปร่างไปได้อีกด้วย

     ตามปกติแล้ว ทางราชการได้มีข้อบังคับการควบคุมคุณภาพสระว่ายน้ำให้มีสภาพความเป็นกรดด่างอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไว้แล้ว เช่น ข้อบังคับกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยหลักเกณฑ์การประกอบการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ ประเภทการจัดตั้งสระว่ายน้ำ พ.ศ.2530 ได้กำหนดให้สระว่ายน้ำมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 7.2 – 8.4 ซึ่งเป็นสภาพของกรดและด่างอ่อน ๆ และต้องควบคุมให้อยู่ในระดับนี้ทุกวัน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้มาใช้บริการ

      ถ้าท่านเป็นนักกีฬาว่ายน้ำหรือเป็นผู้ที่มาใช้บริการสระว่ายน้ำเป็นประจำ ก็ควรจะได้มีการตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพราะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟันกร่อนได้ง่าย การตรวจสุขภาพฟันดังกล่าวจะทำให้ทราบว่ามีการเกิดภาวะฟันกร่อนหรือไม่ ถ้าหากพบว่ามีภาวะฟันกร่อนจะต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วนเพื่อลดอาการเสียวฟัน จะช่วยให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย

 

  ควรทำ  

    1. สำรวจ ตรวจหาสิ่งผิดปกติบริเวณหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง 
    2. ออกกำลังกายบริหารหน้าอกเป็นประจำเพื่อเพิ่มความกระชับให้หน้าอก
    3. ดูหน้าอกเป็นพิเศษในช่วงมีรอบเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่หน้าอกจะไวต่อการสัมผัสมากและในระยะก่อนที่ประจำเดือนจะมา หน้าอกอาจขยายจนรู้สึกคัดหน้าอก การงดเครื่องดื่มกาเฟอีนช่วยลดอาการคัดหน้าอกได้
    4. ลองใช้น้ำเย็นราดทรวงอก ช่วยนวดกระตุ้นให้หน้าอกขยายมากขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยเปิดฉีดฝักบัวแรงๆวนรอบหน้าอกเหมือนการนวดทุกครั้งที่อาบน้ำ จะทำให้เลือดหมุนเวียนและทำให้สดชื่นมากขึ้นด้วย
    5. การทาครีมบำรุงผิวหน้าอกช่วงที่หน้าอกกำลังขยายจะช่วยให้หน้าอกไม่เป็นลาย
    6. ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังที่ดีมาก เพราะจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกไปควบคู่กับการพยุงของน้ำ

   ไม่ควรทำ 
 
   1. ละเลยการตรวจหาสิ่งผิดปกติ เช่นก้อนเนื้อ เนื้อร้าย ในวัยขึ้นต้นด้วยเลข 3
    2. ละเลยการทาครีมบำรุงผิวบริเวณหน้าอก เนื่องจากผิวหนังส่นนี้บางกว่าส่วนอื่นๆ
    3. ปล่อยให้มีเหงื่อ อับชื้นหรือใส่บราที่ไม่ระบาย เพราะพื้นที่ระหว่างหน้าอกทั้งสองจะมีต่อมไขมันอยู่ ทำให้อาจมีสิวขึ้นได้
    4. ฝืนใส่บราผิดขนาดเพียงเพราะเสียดายที่ซื้อมาผิด
    5. นอนคว่ำ เพราะจะทำให้หน้าอกผิดรูปแบบ ท่านอนที่เหมาะสมคือ การนอนตะแคงและหาหมอนนุ่มรองใต้หน้าอก
   6. ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
    7. ดื่มกาแฟ โคล่า ช็อกโกแลตและชา

 

         ขอนำเสนอสูตรสมุนไพร 6 ชนิด ที่ใช้รักษาอาการเลือดกำเดาไหล ที่ได้จากภูมิปัญญาไทย ของหมอสมุนไพรประจำคลินิกหนองบงการแพทย์แผนไทย จังหวัดลพบุรี มาแนะนำกันค่ะ

     1. ใบพลู นำใบพลูมา 1 ใบ แล้วม้วนให้เหมือนม้วนบุหรี่ จากนั้นขยี้ปลายข้างหนึ่ง แล้วนำส่วนที่ขยี้สอดเข้าไปในรูจมูกที่เลือดกำเดาไหล ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เลือดกำเดาจะหยุดไหล เพราะใบพลูมีสรรพคุณในการสมานแผลได้ดี

     2. น้ำมะนาว บีบน้ำมะนาวครึ่งลูกผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว จากนั้นเติมเกลือครึ่งช้อนชา และน้ำตาลไม่ขัดขาว 1 ช้อนโต๊ะ ชงดื่มวันละแก้ว ก่อนอาหาร วิตามินซีจะช่วยแก้อาการเลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด และเลือดกำเดาไหลได้

     3. รากต้นข้าว ใช้รากข้าวที่เกี่ยวแล้ว 1 ต้น ถอนตั้งแต่รากขึ้นไปประมาณ 1 คืบ ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด กรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร เช้า – เย็น ช่วยห้ามเลือดกำเดาไหล

     4. รากต้นฝรั่ง ใช้รากต้นฝรั่ง 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด กรองเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร เช้า – เย็น

     5. รากหัวไชเท้า ใช้รากหัวไชเท้าหนักประมาณ 15 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ตำหรือคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้น้ำที่คั้นได้หยอดเข้าทางจมูกข้างที่มีเลือดไหล 1 – 2 หยด หัวไชเท้ามีสรรพคุณสมานแผลและห้ามเลือดได้

     6. รากไพล ใช้รากไพล 7 ราก ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด หลังจากนั้นใส่น้ำเปล่า 3 หยด ขยี้ให้เข้ากัน กรองเอาแต่น้ำ หยอดน้ำรากไพลในรูจมูกข้างที่เลือดไหล ไพลมีสรรพคุณช่วยแก้เลือดกำเดาไหลและฆ่าเชื้อ

          สมุนไพรพื้นบ้านสรรพคุณล้นเหลือ ยังไงก็ลองนำไปใช้ดูนะคะ อีกอย่างของที่มาจากธรรมชาติ รับรองว่าไม่ผลข้างเคียงแน่นอนค่ะ

 

        ผักกูดนั้นเป็นผักที่อยู่ในตระกูลเฟิร์นที่อยู่ในวงศ์ “Athyriaceae” มีเหง้าสูงได้ประมาณ 1 เมตร ใบเป็นแผงรูปขนนก ตอนอายุยังน้อยจะแตกเป็นรูปขนนกชั้นเดียวคู่ขนานกันไปตั้งแต่โคนใบถึงปลายใบ เมื่ออายุมากขึ้นใบจะเปลี่ยนเป็นรูปขนนก 2 ชั้น ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย เติบโตในฤดูฝนในที่โล่งแจ้งมีน้ำชื้นแฉะ จะพบมากในป่าทึบ ผักกูดมี 3 ชนิด แตกต่างกันเพียงสีของต้นและลักษณะใบเล็กน้อย รับประทานเป็นอาหารได้ทั้ง 3 ชนิด ชาวบ้านรุ่นเก่าๆ รู้จักผักกูดมาตั้งแต่โบราณแล้ว ส่วนคนรุ่นใหม่น้อยนักจะรู้จักและรับประทาน มียอดอ่อนขายตามตลาดสดทั่วไป เรียกว่าเป็นผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์นานา จะเห็นได้ว่าผักกูดเป็นผักบอกสภาวะแวดล้อมให้คนรู้ว่าบริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ยอมขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้นเด็ดขาด 

        ผักกูดจึงถือได้ว่าเป็นอาหารพิเศษอย่างหนึ่งจากธรรมชาติมีสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็กปริมาณสูง ใบของผักกูดใช้ต้มน้ำดื่มหรือกินสด ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน แก้พิษอักเสบ บำรุงสายตา บำรุงโลหิต แก้โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟันและขับปัสสาวะเล็ด ช่วยลดความดันโลหิตสูง และคลอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด ส่วนใหญ่จะนำใบอ่อน ช่ออ่อน ทำแกงกับปลาเนื้ออ่อนน้ำจืด เช่นปลาช่อนหรือลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ ยำผักกูด ผักกูดผัดน้ำมันหอย แกงกะทิกับปลาย่าง ลวกกะทิ แต่ไม่นิยมกินสดๆ กัน เพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้านทำให้ระคายคอยามรับประทาน

 

 

        ยอดข้าวราชินี หรือ ข้าวกล้องปรุงกระยาทิพย์แรกผลิ 6 เป็นสุดยอดข้าวไทยคุณภาพจากการคิด ค้นของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ เกิดจากการผสานคุณค่าของข้าวไทยชั้นดี 5 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าว ขาวดอกมะลิ 105 ชั้น 1 ข้าวกล้องขาวดอกมะลิ 105 ข้าวเหนียวกล้อง กข.6 ข้าวกล้องหอมกุหลาบ และข้าวกล่ำดอยมูเซอ 

         ยอดข้าวราชินีเป็นข้าวกล้องที่ให้วิตามินสูง แต่คาร์โบไฮเดรตต่ำ ช่วยรักษาระดับฮอร์โมน ชะลอ แก่ ลดการเกิดสิว และปวดประจำเดือน ช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงไขข้ออักเสบ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ทั้งยังมีส่วน ช่วยในการไหลเวียนเลือด เหมาะกับสตรีวัยทอง เด็ก และผู้รักสุขภาพ มีรสชาติกลมกล่อม หุงง่าย

          หาซื้อได้ที่ร้านศิลปาชีพ ร้านค้าสวัสดิการทหารอากาศ ตลาดอตก. เซ็นทรัล สยามพารากอน ท็อปส์ และเดอะมอลล์ทุกสาขา ในราคาแพ็คละ 87 บาท

       

เชื่อกันมานานเหลือเกินว่าความมีอายุยืนยาวของคนเกี่ยวข้องกับขนาดของใบหู ถ้าหูเล็กหรือหูสั้น อายุก็จะสั้น ถ้าหูยาวหรือยานคล้ายพระพุทธเจ้า อายุก็จะยืนยาว สิ่งที่ได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยครั้งนี้มีความจริงอยู่บ้างหรือไม่ในทางวิทยาศาสตร์?

         สังคมไทยมีความเชื่อเรื่องการอ่านนิสัยและสุขภาพจากใบหน้ามานานแล้ว ปู่ย่า ตายาย ได้ถ่ายทอดความเชื่อเรื่องหูสั้นอายุสั้นหูยาวอายุยืน มาจนเกิดความฝังใจกัน แม้ความเชื้อนี้จะค่อยๆ จางไปแล้วในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่เชื่อเช่นนี้อยู่ ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างความเชื่อดั้งเดิม ประกอบกับภาพในจินตนาการของศิลปินที่มักวาดภาพพระพุทธองค์ หรือผู้มีบุญให้มีพระกรรณหรือหูที่ยาวและยาน หรืออาจพบคนบางคนที่หูยาวและตายช้าหลายคนเข้าจนกลายเป็นสถิติในใจ ความเชื่อที่ว่านั้นก็เลยปักหลักปักฐานอย่างมั่นคงและถ่ายทอดต่อเนื่องกันมา

         อันที่จริงแล้วคนไทยโบราณใช้เรื่องหูเป็นกระบวนการสั่งสอนขัดเกลาทางสังคมมานาน สอนกันว่าคนดีควรจะมีหูหนัก คือมีความหนักแน่น เยือกเย็น ไม่หูเบาเชื่อคนง่าย ความเชื่อเรื่องอายุยืนก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง คนอายุยืนตามหลักพระพุทธศาสนา คือคนที่มีความเมตตาปรานีจนเป็นนิสัย มีความเผื่อแผ่ต่อสรรพชีวิตอย่างไม่หวังผลตอบแทน หัวใจก็เต้นดี สภาพร่างกายเป็นปกติไม่วูบวาบ จะทำให้อายุยืนไปเอง ส่วนคนที่ใจคอโหดเหี้ยม หรือเต็มไปด้วย รังสีแห่งความอำมหิต ชอบเห็นความวินาศเจ็บปวดของคนอื่นหรือชิวิตอื่น ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับตนเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ คนเหล่านี้จะมีอายุไม่ยืนยาว ยังไม่มีเหตุผลใดในทางวิทยาศาสตร์เลยครับ ที่บ่งชี้ได้ว่าใบหูเกี่ยวข้องกับการมีอายุสั้นหริออายุยืนยาว นอกจากหลักจิตวิทยาและศาสนาอย่างที่เล่ามา

       

 เคล็ดลับการรับประทานอาหาร และอาหารเพื่อสุขภาพ 26 ชนิดตามตัวอักษร A-Z มาบอกกันค่ะ ถ้าอยากมีสุขภาพดีแล้ว ตามมาดูกันเลย

A : Apple
        ฝรั่งยกย่องแอปเปิ้ลให้เป็นยอดผลไม้ ที่ช่วยบำรุงร่างกาย และมีรสชาติอร่อย แถมยังแนะนำให้กินทุกวันอย่างน้อย วันละ 1 ผล

B : Banana
        เมืองนอกเขานิยมแอปเปิ้ล (เพราะปลูกได้ดีในเขตอากาศหนาว) ก็เหมือนกับบ้านเราที่นิยมกล้วย เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแทบทุกบ้าน เด็กไทยได้กินทุกคน และก็ได้รับการวิจัยออกมาแล้วเช่นกัน ว่าเป็นผลไม้ที่ประโยชน์สูง ไม่แพ้ผลไม้ชนิดใด

C : Carrot
        พืชหัวสีส้ม รสชาติหวาน เป็นที่ถูกใจของเด็ก ๆ ลองนำไปต้มให้นิ่ม ๆ หรือนำไปตุ๋นน้ำแกง ผัดข้าวผัด กินสดกับสลัด หรือประยุกต์กินกับน้ำพริกก็อร่อย และแครอทยังเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงด้วย

D : Drink water
        ประโยชน์ของน้ำเปล่า คงไม่ต้องบอก แต่ที่อยากจะบอกคือ ต้องดื่มให้เพียงพอ และควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ดีกว่าน้ำเย็น ใส่น้ำแข็งเยอะเลย

E : Egg
        อาหารยอดฮิต ดัดแปลงเป็นเมนูต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน เด็ก ๆ กินได้เต็มที่ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ควรกินแต่พอเหมาะนะคะ

F : Fruit
        ผลไม้สดช่วยในการขับถ่าย และทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุ วิตามิน ที่ร่างกายต้องการ และการกินผลไม้ที่ถูกต้อง คือ กินผลไม้ตามฤดูกาล ใครที่น้ำหนักเกินก็ต้องเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวาน และที่สำคัญต้องล้างให้สะอาดก่อนกินเสมอ

G : Garlic
        อีกหนึ่งเครื่องปรุงอาหารของไทยที่มีสรรพคุณเป็นยา ถ้าเป็นยาแผนโบราณ ใช้บำบัดอาการไอ ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ แก้ท้องเสีย ขับลม ขับเหงื่อ และเมื่อมีการวิจัยออกมาก็พบว่า กระเทียมช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันและกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน ยังช่วย ลดน้ำตาลในเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ป้องกันการ เกิดเซลล์มะเร็งอย่างดีเยี่ยม ฉะนั้นทำอาหารมื้อต่อไป อย่าลืมใส่กระเทียมลงไปด้วย ที่สำคัญต้องทุบให้แตกก่อนนะคะ สารต่าง ๆ จึงจะออกฤทธิ์ได้ดียิ่งขึ้น

H : Honey
        น้ำตาลทรายฟอกขาวไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากนัก อาจหันมาใช้น้ำผึ้งแทนกันในบางเมนู ก็ให้รสชาติอร่อย ไปอีกแบบ

I : Iron
        ธาตุเหล็กมีมากในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ป้องกันโรคโลหิตจาง เป็นองค์ประกอบของการสร้างเม็ดเลือดแดง ที่สำคัญควรกินผักผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไปช่วยการทำงานของธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

J : Juice
         ขอย้ำให้เป็นน้ำผลไม้คั้นสด คั้นเองได้ยิ่งดี เพราะได้ทั้งวิตามิน และวางใจเรื่องความสะอาด ส่วนน้ำผลไม้กล่องส่วนใหญ่มีน้ำตาลมาก หากดื่มมาก ๆ อาจทำให้อ้วน เกินพอดีได้เหมือนกัน

K : Kale
        พืชหัวจำพวกกะหล่ำ บร็อคโคลี เป็นผักอีกชนิดที่มีรสชาติดี มีแร่ธาตุจำเป็นอยู่หลายชนิด แต่มีข้อแม้ว่าก่อนนำมาปรุงจะต้องล้างให้สะอาด เด็ดใบออกมาล้างทีละใบ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ล้างสารเคมีตกค้างออกได้มากที่สุด

L : Low fat
        อาหารจำกัดปริมาณไขมัน เหมาะกับคนที่มีน้ำหนักเกิน หรือคนที่ต้องการรักษารูปร่าง แต่ยังไม่เหมาะสำหรับเด็กนะคะ แต่ถ้าเด็กมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินก็เลือกนม low fat ได้เช่นกันค่ะ

M : Milk
        นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม มีประโยชนถ้ากินให้ถูก และรู้จักเลือกกิน หากเด็ก ๆ ดื่มนมจะเป็นการสะสมแคลเซียมในร่างกาย (แต่ต้องควบคู่กับการออกกำลังกาย) ผู้ใหญ่ก็เช่นกัน แต่ควรเลือกนมให้เหมาะกับตัวเองเช่นกัน ถ้าดื่มไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน เพราะยังมีนมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ หรือแคลเซียมชนิดอื่น ๆ ทดแทนกันได้

N : No sugar
       อาหารที่มีรสชาติหวาน ทำให้คนเรามีความรู้สึกอยากอาหาร และกินได้มากขึ้น จึงเป็นผลทำให้มีโรคอ้วนตามมา ถ้าไม่อยากให้ลูกกินหวาน คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมลดน้ำตาลในอาหารประจำวัน ลดอาหารหวาน ขนมหวาน และน้ำอัดลมให้ได้นะคะ

O : Oat
       ข้าวโอ๊ต มีโปรตีนและไขมันสูง แถมยังมีเส้นใยอยู่มาก ชาวตะวันตกนิยมนำมาเป็นอาหารเช้า โดยการใส่ผลไม้แห้งผสมลงไปด้วย เพราะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง จึงเหมาะกับมื้อเช้าที่เร่งรีบ แต่ไม่ควรเก็บข้าวโอ๊ตไว้นาน เพราะเหม็นหืนง่าย

P : Pea
       ถั่วต่าง ๆ เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ทดแทนเนื้อสัตว์ได้ แต่ก็ควรระมัดระวังในการกิน โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ถ้าเป็นถั่วเมล็ดแห้งก็ควรปรุงให้นิ่ม ไม่เช่นนั้นอาจจะติดคอได้ง่าย และควรระวังในเรื่องเชื้อราที่มักอยู่ในถั่วด้วยเช่นกัน

Q : Quality
       คือการกินอย่างมีคุณภาพ รู้จักเลือกกินอาหาร ที่มีประโยชน์ กินแต่พอดี เพราะการกินมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ย่อมเกิดผลเสียขึ้นได้ทั้งนั้น

R : Rice
        อาหารหลักของคนไทย คือข้าว วันไหนไม่กินข้าวเราจะรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้กินอะไร ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีมีประโยชน์มากกว่าข้าวที่ผ่านการขัดสีมาก จะให้ดีคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกกินข้าวกล้องตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นชินกับกลิ่น หรือลักษณะของข้าว

S : Seafood
        อาหารทะเล มีแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิดทั้งวิตามิน เกลือแร่ และที่สำคัญคือไอโอดีน ที่ช่วยป้องกันโรคคอหอยพอก รวมทั้งกรดไขมันจำเป็น เช่น โอเมก้า 3 6 9 มีโปรตีนสูง ย่อยง่าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังเรื่องการแพ้อาหารมากเช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ๆ สำหรับผู้ใหญ่ ก็ต้องเลือกอาหารทะเลจำพวกเนื้อปลาเป็นหลัก ถ้าเป็นชนิดอื่น ๆ ต้องระวังเรื่องคอเลสเตอรอล

T : Tofu
        เต้าหู้ อาหารที่ทรงคุณค่ามากอย่างหนึ่ง กินได้ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนถึงผู้สูงอายุ มีคุณค่าจากโปรตีนถั่ว ปรุงอาหารได้หลากหลาย

U : Utensil
       คำนี้แปลว่า เครื่องครัว อุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ เพราะกว่าอาหารจะออกมาพร้อมน่ากิน ก็ต้องมาจากในครัว และการทำออกมาอย่างพิถีพิถันนั่นเองค่ะ

V : Vegetable
        ในหนึ่งมื้ออาหารควรกินให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผัก หลายคนละเลยที่จะมีผักในมื้ออาหาร แต่ไม่เน้นโปรตีนมากกว่า ดังนั้นควรฝึกให้ลูกกินผักตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นชินและไม่เลือกกินเมื่อโตขึ้น

W : Whole grain
        คือธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ฉะนั้นจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามินบีชนิดต่าง ๆ และเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เช่น ข้าวกล้อง ถึงแม้ว่าข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีจะเก็บได้ไม่ยาวนานเท่าข้าวที่ขัดสีแล้ว แต่เมื่อเทียบกับคุณค่าอาหารแล้วธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีดีกว่ามากมาย

X : XL
        เราใช้ XL แทนขนาดเสื้อผ้าว่าเป็นขนาดใหญ่พิเศษ (อาจจมี X เพิ่มเข้าไปข้างหน้าอีก) แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงคนอ้วนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ก็มักถูกเปรียบเปรยให้ใช้คำนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระวังอย่างมาก เพราะภาวะโภชนาเกินนี้เป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ

Y : Yogurt
        เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากนม และให้ประโยชน์มาก เพราะในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไปช่วยการทำงานของลำไส้ มีแคลเซียมสูง ถ้าจะกินให้ได้ประโยชน์ควรกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เพราะโยเกิร์ตรสชาติต่าง ๆ มักจะมีการเติมน้ำตาลลงไปเพื่อให้รสชาติดีขึ้น

Z : Zinc
        ถึงแม้แร่ธาตุสังกะสี จะเป็นแร่ธาตุที่คนเราต้องการให้ปริมาณไม่มากนัก แต่บทบาทและหน้าที่ของแร่ธาตุตัวนี้ก็สำคัญทีเดียว เพราะสังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสร้างโปรตีนย่อยอาหาร มีความสำคัญในกระบวนการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็ก ถ้าสังกะสีจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก การเจริญพันธุ์ทางเพศช้า และยังมีส่วนสำคัญใน การส่งเสริมวิตามินเอให้ทำงานได้ดีขึ้น

a845.com is proudly powered by WordPress and the Theme Adventure by Eric Schwarz
Entries (RSS) and Comments (RSS).

a845.com

การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์